ว่าด้วยพลังจิ้ง

ในฐานะที่เป็นผู้ฝึกมวยจีนคนหนึ่งสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดและลี้ลับอย่าง ในการค้นคว้าและการฝึกมวยจีนก็คือการศึกษาว่าด้วยพลัง (จิ้งในภาษาจีนกลาง เก่ง ในภาษากวางตุ้งและแต้จิ้วหรือที่ภาษา อังกฤษอธิบายว่ากำลังภายใน) สิ่งที่สำคัญที่สุด ในการรู้ซึ้งถึงกำลังคือการเรียนรู้ในการเชื่อมร่างกาย (Body Connection) ในการ ออกพลังนั้น ในการเรียนรู้ของผมนั้นการเชื่อมร่างกายเป็นสิ่งแรก ที่จะทำให้เราเข้าถึง พลังจิ้งและน่าเสียดายที่ผู้ฝึกยุทธ์หลายท่านยังพยายามค้นหาพลังนั้นแม้จะฝึกมากว่า ยี่สิบปี ลูกศิษย์ผมคิมเอ็งเคยบอกผมว่าตอนเขาเรียนมวยภายในนั้นเขารอที่จะได้พลัง คี่ (Qi or Chi) เป็นเวลาถึงยี่สิบปี ผมหัวเราะและอธิบายให้เขาเข้าใจถึงการเชื่อมร่างกาย และการได้มาถึงพลัง

พลังขึ้นอยู่กับองค์ประกอบซึ่งมาจากภายนอกและภายใน การถ่ายทอดจากปากต่อ ปากนั้นว่าถึงพลัง เกิดจากส้นเท้าเดินทางมายังข้อเท้ามายังข้อเข่ามารวมกันที่เอวและถูก ส่งออกจากร่างกายและซึ่โครงอก (Rib Cage) จากนั้นก็เคลื่อนลงจากบ่าสู่ข้อศอกสู่ ข้อมือและมาแสดงออกที่มือ การวางตำแหน่งที่ ถูกต้องของร่างกาย การผ่อนและการ หดตัวของกล้ามเนื้อ การหายใจและการใช้จังหวะเวลาที่ เหมาะสมในการออกพลังที่ ถูกต้อง การตั้งร่างกายให้ตรง (Body Alignment)โดยการจัดแนวของต้าน เถียน ทั้งสามให้ตรงสำคํญกับการพัฒนาพลังนี้ อันแรกคือการตั้งแนวยินทาง (Yin Tang) หรือตาม หลักของวิชาฝังเข็มคือจุดระหว่างคิ้วทั้งสอง ท้านชอง (Tan Zhong or Ren 17) จุดที่อยู่ตรงเส้น กลางของลำตัว ระดับเดียวกับช่องระหว่างซี่โครงที่สี่ และคี่ไฮ ทะเลคี่ (Qi Hai or Ren 6) หรือที่รู้จักในชื่อ ของต้านเถียน จุดซึ่งอยู่1.5 นิ้วต่ำกว่าสะดือ (1.5 Cun below navel) ทั้งสาม จุดอยู่ในแนวเดียวกันด้วยหลักและท่าเบื้องต้นนี้ และท่าก้าวในมวยที่คุณเรียนคุณควรลองการฝึกหัด

สองอย่างนี้ อย่างแรกคือยืนและให้มีแรงหรือการกดดันมากระทำที่คุณอย่างเช่นให้ คู่ฝึกวางฝ่ามือบนอก คุณและกดด้วยแรงที่ต่อเนื่อง การดันเช่นนี้ควรจะวางรากคุณลง สู่พื้น คุณจะไม่สามารถพัฒนาพลังนี้ หากคุณยืนเอนไปทางข้างหลังเหมือนหอเอนปิซ่า หรือหลังค่อมเช่นควอซิโมโด้แห่งนอเทอเดม (Quasimodo from Notre Dame) การ ทำให้หลังค่อมนั้นคือการฝึกอย่างผิดๆของหลักฮานซิ-อง (Han Xiong – Empty Chest) หรือการห่ออก การฝึกที่สองโดยการฝึกชกคู่ฝึกโดยให้เขาถือเป้าล่อที่ อกเขา ลองชก หมัดสั้นหนึ่งนิ้วแล้วสังเกตว่าแรงคุณเกิดจากไหน มันควรมาจากพื้น การที่ผมพูดถึงการ จัดแนวให้ตรงนั้นเกี่ยวโยงถึง หลักเจ็ดดาวของมวย ซิ่งอี้และ ซานที้ชี่ (San Ti Shi) ยืนสามมุข หลักการขยายพลังของไทเก็ก (Tai Ji Quan’s Peng Jing) และหลักนิ่วจิ้ง (พลังบิด) ของมวยปากัว รวมทั้งหลัก ฉานจ้ง Zhang Zhuang (การยืนฝึกหายใจและ ฝึกสมาธิชนิดหนึ่ง – ผู้แปล) หวิงชุนก็ อาศัยหลักการวางแนวเดียวกันนี้ จากคำสอนของ ครูในอดีตกาลสอนว่า ภายในฝึกการหายใจ ภายนอก ฝึกกล้ามเนื้อ กระดูกและเนื้อหนัง ยิบหมั่นเป็นที่รู้กันว่าท่านฝึกมวยเส้นแรกของหวิงชุน สิวหนิ่มเธ่าเป็น เวลาถึงหนึ่งชั่วโมง เขาฝึกเพื่อพัฒนาพลัง ผมเชื่อว่าพลังจะมาถึงผู้ฝึกสักวันหนึ่งจากการยืน ท่าร่างและการผ่อน เพียงแต่ว่าผู้เริ่มฝึกยังไม่สามารถที่จะเชื่อมโยงหรือที่จะ ผสมผสานทุกสิ่งเข้า ด้วยกัน ผมคิดว่าพวกเขากำลังทำสิ่งที่อยู่ภายนอกโดยการเรียนแบบท่าทางของอาจารย์โดยไม่ เข้าใจว่าพวกเขาทำท่าร่างขั้นต้นเหล่านั้นไปทำไม ถ้าการเรียนยุทธ์เพียงแต่ฝึกภายนอก เขาคงจะฝึกแค่การยกน้ำหนัก การยืดแข้งขา การฝึกความอึดและความเร็ว ซึ่งก็เป็นสิ่ง ที่ดีแต่การฝึกเหล่านั้น ไม่เกี่ยวกับหลักที่มีค่ายิ่งของการเชื่อมร่างกาย (Body Alignment) ซึ่งเป็นการฝึกภายใน

ลูกศิษย์ผมเจอรี่ แปงถามผมเวลาเราดื่มชากัน อาจารย์มวยเราคนตัวโตกว่าจะเหนือ กว่าหรือไม่ผม ถาม ว่าทำไมเขาถามเช่นนั้น เขาบอกว่าส่วนใหญ่ศิษย์พี่ศิษย์น้องเขาที่ตัวใหญ่ กว่าสามารถ ใช้มวยที่เขาเรียนได้ดีกว่า ผมจึงบอกให้เขาลองคิดถึงหลักแท้จริงของการ ฝึกโดยเฉพาะที่เกี่ยว กับโครงสร้าง การเปิดและปิดและการปรับตัวเข้ากับแรงกดดันที่ เขาได้รับ และการเชื่อมหรือแยก ร่างกายออกดังใจอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ การรำมวยเส้น ก็เน้นสิ่งนี้ การฝึกกับคู่ฝึกก็เน้นสิ่งนี้ และการฝึกอาวุธก็สนับสนุนหลักเดียวกัน ผมบอก ว่ามวยเราถูกสร้างให้คนตัวเล็กกว่าสามารถเข้าถึงขีด ความสามารถสูงสุดเขาได้ ครูท่าน อื่นอาจไม่ได้เน้นจุดนี้ ดังนั้นโครงสร้างของร่างกายจึงสำคัญยิ่ง สำหรับคนที่ตัวเล็กกว่า ผมคิดว่าเขากลับไปด้วยความเข้าใจดีกว่า คำพูดของผมไม่ใช่สำหรับ เฉพาะมวยหวิงชุน แต่สำหรับมวยจีนโบราณทั้งหมด

ผมไม่คิดว่าหลายท่านเน้นถึงการวางแนวร่างกายนอกจากว่าเขามองหาการเข้าถึง การออกพลังอย่าง สูงสุด ผมเรียนรู้มวยชนิดอื่นมามากไม่ใช่เพื่อความสวยงามหรือ การเก็บสะสมมวยชนิดต่างๆ แต่เพื่อ ความเข้าใจถึงการเชื่อมโยงร่างกาย ไม่ว่าคุณจะ เรียนมวยตระกูลหง เส้าหลิน ซิ่งอี้ ไทเก็ก ปากัว หรือ หวิงชุนควิน คุณควรจะทำความ เข้าใจว่าคุณจะได้มาซึ่งพลังอย่างไรจากการฝึกเบื้องต้นของคุณ

หลายท่านสับสนคำนิยามของวิชาแพทย์จีนโบราณกับพลังจิ้งของมวยจีน เขาว่าคี่ เป็นแหล่งแห่งพลัง ของพวกเขา ผมเคยคุยกับแพทย์ฝังเข็มอาวุโสท่านหนึ่งและเขายก ประเด็นว่า คี่เคลื่อนในช่องไหน อย่างไรขณะที่เราฝึกมวย ผมตอบว่าไม่เพียงคี่เคลื่อน ตามเส้นหลักต่างๆมันยังไปตามเส้นกล้ามเนื้อ ต่างๆซึ่งเกี่ยวโยงกับเส้นหลักทั้งสิบสี่เส้น เพียงแต่ผิวเผินกว่า กล้ามเนื้อเคลื่อนไหวเมื่อจิตกำหนด (intention guides them) ซึ่งก็ตรงกับหลักที่ว่า จิตถึง คี่ถึง (ยี่เต้า คี่เต้า) คี่มีความสำคัญในการ ออกพลัง ถ้าเรา ไม่หายใจเราก็ไม่มีพลัง จิ้งควรจะถูกเข้าใจและแยกจากคี่ จิ้งคือพลังหรือนัยว่าเป็น พาชนะ หรือเส้นทางซึ่งแรงดิบ (ลี้)เคลื่อนไปใน นี่คือการแปลกแยกระหว่างแรงดิบกับนิยามของ จิ้ง ลองนึกถึงการพายเรือ คนที่แข็งแรงหากกระเพื้อมน้ำอย่างแรงด้วยพายคงไม่ไปไกล นักจนกว่าเขา จะเรียนรู้วิธีพายที่ถูกต้อง เราสามารถพูดได้ว่าคนที่พายเรืออย่างถูกหลัก สามารถพายไปได้ไกลด้วย การใช้แรงน้อยกว่าหรือจิ้งนั่นเอง

ผมยกตัวอย่างของหม้อชาร้อน ความร้อนคือคี่ กาคือโครงสร้างของร่างกายเรา (เซินที่สิง) น้ำชาในกาคือลี่หรือกำลังดิบ (Raw Strength) ทิศทางที่ขาไปยังคือยี้หรือ ความตั้งใจหรือจิต (Intention) ชาที่ไหลออกมานั้นคือจิ้งหรือพลัง นักมวยหวิงชุนจ ะพูดว่า เย้า เซิน หมาเลก (เอว ร่าง และพลังขา หรือ พลังของท่ายืน) และ จ๋างเตเลก (พลังศอกลง) เป็นการกล่าวอย่างนัยๆว่าพลังเรา มาจากไหนและเราควรจะจัดเรียงตัว เราอย่างไร มวยจีนโบราณอธิบายว่าด้วยการพัฒนาพลังอย่างไร เมื่อคุณสามารถฝึกการ ออกพลังอย่างหนึ่งคุณก็ควรเรียนการออกพลังในรูปแบบต่างๆและแสดงออกถึงการ ใช้พลังจิ้งต่างๆ อย่างเช่นพลังนิ้วเดียว ฉางเก็ง พลังไกล โดยการใช้เวลาที่ต่างกันแล ะระยะและ ทิศทางในการออกพลัง คุณจะได้จากการฝึกและการสัมพันธ์การเชื่อมร่างกาย ถ้าคุณไม่มีการฝึกเช่นนี้ ในมวยของท่านคุณอาจจะฝึกจากคนที่เป็นในมวยของคุณหรือ อ่านตำราโบราณของมวยของท่านซึ่ง อาจจะกล่าวถึงหลักนี้ ผมหวังว่าคำพูดของผมใน บทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่บางท่านเกี่ยวกับการ เข้าถึงสิ่งนี้
 

Wing Chun on Jing Power

โดย อาจารย์โรเบิร์ต ชู

จากนิตยสารอัศวินพเนจร (The Wandering Knight)

จาก Website ของอาจารย์ โรเบิรต์ผ่าน www.wingchunkuen.com

แปลและเรียบเรียงโดย อาจารย์อนันต์ ทินะพงศ์  (อนันต์ หวิงชุน)

This entry was posted in wingchun and tagged . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s