ร่องรอยจอมยุทธ์

โดยคุณ Ongart (textile_m@hotmail.com) 

จาก http://www.212cafe.com/freewebboard/view.php?user=praonline2&id=394

เสียงม้าควบสุดกำลัง
มาจากทางทิศตะวันออก

มุ่งตรงมาที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง
บนหลังม้าหาใช่ใครอื่นไม่
แท้จริงก็เป็น “ยามนิรนาม”
ที่เฝ้าหมู่บ้านนั่นเอง
เมื่อม้าผ่อนฝีเท้าลง
เพื่อผ่านประตูหมู่บ้าน
สายตาของยามนิรนาม
ก็แหงนขึ้นมองด้วยแววตา
ที่กังวลพอประมาณ

หากใครกำลังเดินผ่านประตูหมู่บ้านเวลานั้น
ก็คงได้ยินเพียงเสียงเบา ๆ
แค่พอลอดผ่านลำคอของยามนิรนาม
ฟังได้ความว่า “หมู่บ้านทางตรง”หมู่บ้านทางตรง
แม้นเป็นเพียงหมู่บ้านเกิดใหม่ได้ไม่นานนัก
แต่กลับมากไปด้วยเหล่าจอมยุทธ
ที่ล้วนมาพักพิงอยู่ที่ หอดูจิต เพื่อฝึกฝนเพลงดาบ
เพลงดาบที่เหล่าจอมยุทธพากันมาฝึกที่หมู่บ้านนี้
หาใช่เพลงเพลงดาบที่เพิ่งโด่งดังแต่อย่างใดไม่
หากแต่เป็นเพลงดาบซึ่งไร้ท่วงท่าที่แน่นอน
เป็นเพลงดาบที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน
จากปรมาจารย์รุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง
มานานถึงสองพันกว่าปีแล้ว

ด้วยเพราะเพลงดาบที่เหล่าจอมยุทธกำลังฝึกฝน
เป็นเพลงดาบที่ไร้ท่วงท่าที่แน่นอน
จึงมีก็แต่เพียงเคล็ดวิชาเท่านั้น
ที่ถูกถ่ายทอดสืบต่อกันมา
แม้แต่ชื่อของเพลงดาบก็ยังไม่มีชื่อที่แน่นอน
ณ วันนี้เพลงดาบประจำหมู่บ้านทางตรง
ที่เหล่าจอมยุทธกำลังฝึกฝนกันอยู่
ถูกเรียกขานกันว่า เพลงดาบดูจิต

เพลงดาบดูจิต ที่ถ่ายทอดจากปรมาจารย์รุ่นปัจจุบัน
ซึ่งพำนักอยู่ที่ในหมู่บ้านใกล้ๆ กับหมู่บ้านทางตรง
มักจะดังกึกก้องอยู่แทบทุกเช้า
พอให้เหล่าจอมยุทธที่เข้าไปรับฟัง
จับความของ เคล็ดวิชาขั้นพื้นฐาน ได้ว่า

ยามใดที่ร่ายรำเพลงดาบ ด้วยท่วงท่าใดก็ตาม
ยามนั้นก็ให้รู้กาย ให้รู้ใจ ที่เคลื่อนไหวไปตามจริง
อย่ากดข่ม อย่าเพ่งจ้อง อย่าแทรกแซง
แล้วจิตจะมีสติตื่นขึ้นเองอย่างฉับพลัน

หากแต่ช่วงเวลานี้
เป็นช่วงเวลาที่เหล่าจอมยุทธ ต้องคอยต้อนรับผู้คน
อีกทั้งยังต้องแนะนำเคล็ดลับเพลงดาบดูจิต
ให้แก่ผู้คนที่ปรารถนาจะฝึกตามบ้าง
จึงเป็นเหตุให้เหล่าจอมยุทธ
มุ่งมันที่จะฝึกเพลงดาบมากขึ้น
แต่ด้วยเพราะเพลงดาบดูจิต
เป็นเพลงดาบที่ไร้กระบวนท่า
ทุกท่วงท่าล้วนแต่เกิดจากใจตัวเองทั้งสิ้น
ความมุ่งมั่นที่มากเกินไป
ได้ทำให้เหล่าจอมยุทธพลาดพลั้ง
หลงลืมเคล็ดวิชาของเพลงดาบไปอย่างง่ายดาย

หลายวันมาแล้ว เหล่าจอมยุทธหลายคน
ที่ได้รับการชื่นชมจากปรมาจารย์
พากันร่ายรำเพลงดาบด้วยกระบวนท่าพิสดารยิ่งนัก
จากกระบวนท่าหนึ่ง ต่อเนื่องไปสู่อีกกระบวนท่าหนึ่ง
อย่างไร้รอยต่อ อีกทั้งยังสามารถไปฉกฉวย
เอากระบวนท่าอันพิสดารของผู้อื่น
ที่กำลังร่ายรำ มาร่ายรำต่อเสียเอง

หากแต่มองเพียงภายนอก
แม้จะเห็นกระบวนท่าที่ช่างพิสดารยิ่งนัก
แต่เหล่าจอมยุทธที่กำลังร่ายรำเพลงดาบ
กลับหาได้รู้เท่าทันกายใจตัวเองไม่

บางคนแม้จะมีสายตาคมดั่งตาเหยี่ยว
ใครกำลังร่ายรำเพลงดาบด้วยกระบวนท่าใด
ก็สามารถมองทะลุกายจนเห็นใจผู้อื่นได้ชัดยิ่ง
แต่ก็กลับกลายเป็นว่า เห็นใจผู้อื่นได้
แต่ใจตัวเองกลับไม่เห็น ไม่ตั้งมั่น

ทุกเช้าก่อนเริ่มฝึกเพลงดาบกัน
เหล่าจอมยุทธที่เดินออกมาสู่ลานฝึกร่ายรำเพลงดาบ
พร้อมกันเปล่งว่าจาดังกึกก้องไปทั้งหมู่บ้านว่า
“เพลงดาบดูจิต” แต่พอเริ่มตวัดดาบ
แค่เพียงกระบวนท่าแรก
ก็มีแต่ท่วงท่าและลีลาที่พลิ้วไหว
ก็หาใช่เพลงดาบดูจิตไม่
หากแต่กลายเป็น เพลงดาบลืมตัว ที่น่าหัวเราะ

หลายคนตวัดดาบอย่างไร้การควบคุมภายนอก
ปล่อยเพลงดาบให้ลื่นไหลไปตามใจที่ปรุงแต่ง
บางคนก็ร่ายรำเพลงดาบออกมาจากใจที่มุ่งมั่น
แต่กลับลืมไปว่า เพลงดาบนั้นดุดันเกินไป
จนรัศมีของความดุดันแผ่คลุมไปทั่วบริเวณ
แล้วคมดาบก็เริ่มเฉียดใกล้ผู้ที่อยู่ข้าง ๆ มากขึ้น
จนคนที่ร่ายรำเพลงดาบอยู่ข้าง ๆ
ต้องชะงักลีลาที่กำลังพลิ้วไหว
แล้วตวัดดาบออกมาเพื่อเบี่ยงเบนคมดาบที่ดุดันนั้น
ด้วยใจที่ขุ่นเคืองและไม่ยอมตื่นขึ้นในฉับพลัน

ทันทีที่เพลงดาบดุดันเพราะพลังมุ่งมั่น
ปะทะกับเพลงดาบที่ขุ่นเคือง
ท่วงท่าของเพลงดาบก็ยิ่งแข็งกร้าว
ตามใจที่ปรุงแต่งอย่างลืมตัวไป

 หลายวันผ่านไป 

เหล่าจอมยุทธแห่งบ้านทางตรง
ก็มิอาจเฉลียวใจว่า เพลงดาบที่ร่ายร่ำ
หาใช่เพลงดาบแห่งบ้านทางตรงไม่
หากแต่เป็นเพลงดาบแห่งบ้านเนิ่นช้า
ซึ่งตั้งอยู่อีกฝากหนึ่งของยอดเขาวัฏฏะ
แม้ยอดเขาจะสูงสุดประมาณเมื่อยามที่มองไป
แต่พลันที่ใจไหลหลงไป
เพียวเสี้ยวของเสี้ยวที่กระพริบตา
ใจก็ไปถึงหมู่บ้านเนิ่นช้าในฉับพลัน

สายลมหนาวเริ่มโชยมา สายตาของยามนิรนาม
มองทอดไกลออกไปยังยอดเขาวัฏฏะตรงเบื้องหน้า
คิ้วขมวดเข้าหากันแค่พอจะมองออกว่า มีความกังวลลึก ๆ
แล้วในใจของยามนิรนามก็รำพันว่า
จะทำอย่างไรดีกับเหล่าจอมยุทธแห่งบ้านทางตรง
หากยังคงร่ายรำเพลงดาบกันอย่างลืมตัวเยี่ยงนี้ต่อไป
หมู่บ้านทางตรง ก็คงต้องอ่อนแอลงไปเรื่อย ๆ
แล้วภาระที่ปรมาจารย์ได้ปรารภไว้ จะลุล่วงไปได้อย่างไร
หรือว่า ภาระที่ปรมาจารย์ได้ปรารภไว้
อาจต้องเหลือเพียงยามนิรนามที่เฝ้าหมู่บ้านเท่านั้น
ที่ต้องสานต่ออย่างโดดเดี่ยว

เสียงลมของหายใจที่ถูกปล่อยออกลากยาวจนสุดสาย
พอช่วยผ่อนคลายความกังวลใจของยามนิรนามลงได้บ้าง
แต่สายตาก็ยังทอดไกลไปยังยอดเขาวัฏฏะ
พร้อมกับเสียงราบเรียบในใจว่า

ยามเช่นเราคงทำได้เพียงเท่านี้
ที่เหลือก็ต้องขึ้นอยู่กับเหล่าจอมยุทธทั้งหลายแล้ว
ตราบใดที่ใจของเหล่าจอมยุทธแห่งบ้านทางตรง
ยังไม่อาจหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างรู้ตื่นเบิกบาน
ก็ยังมิอาจทำให้ปรมาจารย์ได้ชื่นชมกับความตั้งใจ
ที่ปรารถนาจะได้เห็นเป็นแน่แท้
อีกไม่นาน ผู้คนที่เคยเห็นประตูหมู่บ้านทางตรง
ซึ่งเคยเปิดต้อนรับผู้คนที่เดินทางผ่านไปมาอย่างอบอุ่น
อาจได้เห็นเพียงประตูที่ปิดอยู่
แล้วมีเพียงยามเฝ้าหมู่บ้านที่คอยบอกกล่าวผู้คนว่า
เหล่าจอมยุทธกำลังฝึกซ้อมเพลงดาบกันอยู่
วันใดที่เหล่าจอมยุทธหลอมรวมใจเป็นหนึ่งได้
วันนั้นประตูหมู่บ้านก็จะเปิดต้อนรับผู้คนอีกครา

ยามนิรนามนอกจากจะต้องเฝ้าหมู่บ้านแล้ว
ก็ยังต้องคอยตักเตือนเหล่าจอมยุทธอีกด้วย
ทั้งพละกำลังก็หาได้กล้าแกร่งเฉกเช่นจอมยุทธอื่น ๆ
นับเป็นภาระที่ใหญ่หลวงยิ่งนัก
เพราะภาระของตัวเองก็ยังไม่สำเร็จลุล่วง
แล้วยังต้องมาดูแลเหล่าจอมยุทธ
ที่ล้วนแต่พละกำลังกล้าแกร่ง
แล้วยังมีลีลาเพลงดาบที่พิสดารยิ่งนัก

ค่ำคืนหนึ่ง
ยามนิรนามอ่อนแรงจนถึงกับต้องหลับยามแล้ว
แต่เหล่าจอมยุทธยังร่ายรำเพลงดาบอย่างลืมตัว
จนเพลงดาบที่ลืมตัว เริ่มส่งเสียงสะท้อนไปมาอย่างอื้ออึง
ยามนิรนามต้องฝืนงัวเงียลุกขึ้นเพื่อดูว่าเกิดเหตุใดกันแน่
พลันที่สายตามองเห็นเหล่าจอมยุทธ
กำลังร่ายรำเพลงดาบเข้าหากันอย่างลืมตัว
แม้จะงัวเงียด้วยเนื่อยล้าเช่นไร
ก็ต้องลุกขึ้นส่งเสียงร้องบอกกับเหล่าจอมยุทธไปว่า

เพลงดาบดูจิตแห่งบ้านทางตรง มีเคล็ดลับอยู่ที่
ต้องรู้จักเฉลียวใจตัวเองตามที่เคยได้ยินคำสั่งสอน
ของปรมาจารย์มาแล้ว มิเช่นนั้น
เพลงดาบที่่กำลังร่ายรำอย่างลืมตัว
จะมิอาจพลิกกลับเป็นเพลงดาบที่ตื่นรู้อย่างฉับพลันได้
ผู้ที่กำลังร่ายรำเพลงดาบ ต้องหัดรู้ลงที่ใจตัวเอง
ต้องหัดรู้ว่าใจกำลังมีสิ่งใดครอบงำ
หากรู้ลงที่ใจตัวเองได้อย่างเป็นกลาง
เพียงร่ายรำเพลงดาบแค่ชั่วเสี้ยวมิทันจบเพลง
สิ่งที่กำลังครอบงำใจอยู่ ก็จะสลายหายไป
จิตก็จะตื่นอย่างฉับพลัน
แล้วเพลงดาบที่ร่ายรำต่อจากนั้น
ก็จะเป็นเพลงดาบดูจิต
ที่เปี่ยมไปด้วยใจที่รู้ตื่นเบิกบาน

สิ้นเสียงของยามนิรนามที่เปล่งออกไป
เหล่าจอมยุทธก็เพียงชะงักแล้วจิตก็ตื่นขึ้นขั่วขณะหนึ่ง
แต่พอเหล่าจอมยุทธเริ่มร่ายรำเพลงดาบต่อไป
ใจของเหล่าจอมยุทธก็กลับไหลหลงลืมตัวต่อทันที
มองดูแล้วก็ยากไม่น้อย ที่ใจของเหล่าจอมยุทธ
จะกลับมารู้ตื่นเบิกบานได้โดยง่าย

เสียงถอนหายใจดังขึ้นอีกครา
พร้อมกับใบหน้าที่ส่ายไปมา
หากไม่ใช้กำลังสลายเหล่าจอมยุทธออกจากกัน
ก็คงต้องส่งมอบหน้าที่ยามหมู่บ้าน
ให้ผู้ที่มีกำลังกล้าแกร่งกว่ามาเป็นยามแทนแล้ว
เพราะเหล่าจอมยุทธแห่งบ้านทางตรง
ล้วนแต่มีพละกำลังที่กล้าแกร่ง
มีกระบวนท่าที่ล้ำลึกพิสดารยิ่งนัก
เกินกว่ายามที่ทีเพียงเพลงดาบธรรมดา ๆ จะเฝ้าดูได้

หลายวันผ่านไป
ยามนิรนามจึงลงมือถือดาบเดินออกไปที่ลานฝึก
หยุดยืนอยู่ท่ามกลางเหล่าจอมยุทธทั้งหลาย
ทุกสายตาของเหล่าจอมยุทธ
พากันหันมาจ้องมองที่ยามนิรนามแต่เพียงจุดเดียว
เสียงลมที่พัดหวีดหวิว เสียงใบไม้ที่พลิ้วไหว
เหมือนจะเป็นกำลังใจให้ยามนิรยาม
เพื่อจะบอกกับเหล่าจอมยุทธว่า

แต่นี้ไป
ผู้ใดฝึกเพลงดาบก็เพียรฝึกไปเถิด
ยามใดที่ใจยังไม่พร้อม ก็หามีความจำเป็นใดไม่
ที่จะต้องแนะนำเคล็ดวิชาต่อผู้อื่น เพียงเพราะได้ชื่อว่า
พำนักอยู่ในหอดูจิตแห่งบ้านทางตรง
ยามใดที่ใจถึงพร้อม ก็ค่อยออกมาช่วยจอมยุทธท่านอื่น
เฉกเช่นนี้ ใจของท่านก็จักผ่อนคลาย
ใจที่ผ่อนคลาย นับเป็นเคล็ดวิชาอีกบทหนึ่ง
ที่ทำให้การร่ายรำเพลงดาบแล้ว
จิตจะมีสติตื่นขึ้นเองอย่างฉับพลัน

สิ้นเสียงของยามนิรนาม
แม้มีเหล่าจอมยุทธบางคนกระวนกระวายใจ
แต่ยามนิรนามก็ได้ลงมือ สลายเหล่าจอมยุทธไปแล้ว
แม้นมิอาจล่วงรู้ว่าจักได้ผลดั่งที่คาดหวังหรือไม่
แต่พลันที่สิ้นเสียงของยามนิรนาม
ลานฝึกเพลงดาบของหมู่บ้านทางตรง
ก็เริ่มสงบลงไปได้แล้ว

นานนับเดือนผ่านไป
แม้เหล่าจอมยุทธจะไม่ได้ชื่อว่า
พำนักอยู่ในหอดูจิตอีกต่อไป
แต่ก็หาได้ทำให้ภาระการแนะนำเคล็ดวิชาเพลงดาบ
มีอันต้องจบสิ้นไปแต่อย่างใดไม่

ยิ่งนานวัน ก็ยิ่งมีผู้คนผลัดเปลี่ยนกัน
มาเยือนหมู่บ้านทางตรงกันอย่างมิขาดสาย
จนหมู่บ้านซึ่งเล็กอยู่แต่เดิม
ดูจะยิ่งคับแคบลงไปเรื่อย ๆ

แต่ยามนิรนามก็หาได้ใส่ใจ
ที่จะขยายหมู่บ้านออกไป
ด้วยเพราะใจย่อมรู้อยู่แก่ใจว่า
ทุกสรรพสิ่งย่อมไม่คงที่
ทุกสรรพสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วย่อมต้องเสื่อมดับไป
ทุกสรรพสิ่งหาได้เป็นไปดั่งใจที่ปรารถนาไม่

จนทุกวันนี้
ยามนิรนามก็ยังคงทำหน้าที่ไปเฉกเช่นทุกวัน
เมื่อว่างเว้นจากภาระหน้าที่
ก็มิได้ทอดทิ้งที่จะฝึกเพลงดาบดูจิตต่อไป
แต่หาได้ดิ้นรนที่จะพลิกแพลงกระบวนท่า
ให้ล้ำลึกพิสดารขึ้นแต่อย่างใด
ยังคงใช้กระบวนท่าพื้นฐานธรรมดา ๆ
ที่ภายนอกก็ปล่อยกายปล่อยใจให้เคลื่อนไหว
แล้วภายในก็ตามรู้ตามดูกายใจไปตามจริงเท่านั้น

This entry was posted in ธรรมมะ and tagged . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s