ทำเองไม่ยาก “เจลล้างมือ” สู้หวัด 2009 สูตรพื้นฐานจาก วว.

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 กรกฎาคม 2552 00:26 น.

วว. เปิดคอร์สสอนทำเจลล้างมือสูตรพื้นฐาน ทำง่าย ไม่ยุ่งยาก เหมาะสำหรับทุกครอบครัวทำไว้ใช้เอง หรือแจกจ่ายคนรอบข้าง หรืออาจจำหน่ายสร้างรายได้เสริมในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง แต่จำเป็นต้องรักษาสุขอนามัยป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) จัดอบรม “สาธิตการทำเจลล้างมือไม่ใช้น้ำ” ให้แก่ประชาชนทั่วไปที่สนใจ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ระหว่างวันที่ 29-31 ก.ค. 52 ซึ่งทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTVผู้จัดการออนไลน์ ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การอบรม เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา ณ วว. บางเขน ซึ่งมีผู้สนใจลงเบียนเข้าร่วมอบรมเป็นจำนวนมาก

นายอรรคชัย ตันตราวงศ์ นักวิชาการ ฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ รับหน้าที่เป็นวิทยากรสาธิตการทำเจลล้างมือสูตรมาตรฐานทั่วไป ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมอยู่ 70% มีประสิทธิภาพกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ได้ดี และช่วยให้มืออ่อนนุ่มชุ่มชื้น ไม่แห้งตึง

ส่วนประกอบสำหรับเจลแอลกอฮอล์ 500 มิลลิลิตร มีดังนี้

1. คาร์โบพอล 940 (Carbopol 940) 1.5 กรัม
2. เอทิล แอลกอฮอล์ 95% (Ethyl alcohol 95%) 370 มิลลิลิตร
3. ไตรเอทาโนลามีน (Triethanolamine) 1.5 กรัม
4. น้ำอาร์โอ (Reverse osmosis: RO) หรือน้ำดื่มบรรจุขวดทั่วไปที่ระบุว่าผ่านการ Reverse osmosis 128 มิลลิลิตร
5. เจอร์มาเบน (Germaben) 5 มิลลิลิตร
6. โพรไพลีน ไกลคอล (Propylene glycol) 5 มิลลิลิตร
7. สีผสมอาหาร, น้ำหอม หรือน้ำมันหอมระเหย

วิธีการเตรียม

1. ตวงเอทิล แอลกอฮอล์ 95% ผสมกับน้ำอาร์โอ (ทำในภาชนะแก้ว, แสตนเลส หรือกระเบื้องเคลือบ)

2. เติมโพรไพลีน ไกลคอล (สารให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว) และเจอร์มาเบน (สารป้องกันการเกิดเชื้อรา) ตามลงไป แล้วคนให้เข้ากัน

3. ค่อยๆ โปรยคาร์โบพอล 940 (สารประกอบให้เกิดเจล) ลงไป และกวนให้กระจายตัวในส่วนผสม (อาจใช้แท่งแก้วหรือเครื่องกวนขนม) จากนั้นพักทิ้งไว้ 1 คืน เพื่อให้คาร์โบพอลเกิดการพองตัว

4. นำส่วนผสมที่พักทิ้งไว้ 1 คืน มากวนให้เป็นเนื้อเดียวกัน

5. เติมสีและกลิ่นตามความพึงพอใจอย่างละประมาณไม่เกิน 5 มิลลิลิตร

6. ใส่ไตรเอทาโนลามีน (สารประกอบให้เกิดเจล) ลงไปและกวนให้เข้ากัน จะได้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือที่สามารถนำไปใช้ได้ทันที หรือบรรจุในภาชนะปิดสนิทเพื่อป้องกันการระเหยของแอลกอฮอล์ (เช่น หลอดพลาสติก) สามารถเก็บไว้ใช้ได้นานกว่า 2 ปี

ข้อควรระวัง!

1. ห้ามใช้ “เมทิล แอลกอฮอล์” (Methyl alcohol) โดยเด็ดขาด เพราะอาจซึมเข้าสู่ผิวหนังและทำให้ตาบอดหรือมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ แต่สามารถใช้ ไอโซโพรพิล แอลกอฮอล์ (Isopropyl alcohol) แทนได้ แต่จะมีกลิ่นเหม็นฉุนมากกว่า

2. แอลกอฮอล์เป็นสารติดไฟง่าย ควรเก็บไว้ให้ห่างจากเปลวไฟและในที่ที่มีอุณหภูมิสูง

3. ขั้นตอนการเตรียมควรทำในภาชนะแก้ว, แสตนเลส หรือกระเบื้องเคลือบ แต่ห้ามใช้ภาชนะพลาสติก เพราะอาจทำสีหรือสารเคมีอันตรายจากพลาสติกหลุดออกมาปะปนรวมอยู่ด้วย

ทั้งนี้ สารเคมีที่ใช้เป็นส่วนผสมในเจลล้างมือสามารถซื้อได้ตามร้านขายเคมีภัณฑ์ทั่วไป โดยเลือกใช้สารเคมีเกรดสำหรับเครื่องสำอาง

ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้ในการเตรียม สามารถประยุกต์ใช้อุปกรณ์ในครัวเรือนได้ หรือหาซื้อได้จากร้านขายอุปกรณ์การทดลองทางวิทยาศาสตร์ เช่น ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์

รู้วิธีการทำเจลล้างมือที่ทำได้ง่ายไม่ยุ่งยากแบบนี้แล้ว ถ้าใครมีเวลาว่างก็สามารถทำไว้ใช้เองในครัวเรือนได้ ยิ่งเพิ่มความมั่นใจ ห่างไกลไข้หวัดใหญ่ 2009 หรือจะทำแจกจ่ายคนรอบข้างด้วยก็ได้ ยิ่งช่วยสร้างสุขอนามัยที่ดีในสังคม

(ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ วว. โทรศัพท์ 0-2577-9000, โทรสาร 0-2577-9009 หรือ E-mail: tistr@tistr.or.th)

Advertisements
Posted in Uncategorized | Leave a comment

เกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ

ที่มา http://web.ubu.ac.th/home/oard4/hsbung.html

เกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ

                ทฤษฎีใหม่ คือ ทฤษฎีแห่งการใช้น้ำและการบริหารงานพัฒนาการเกษตรแผนใหม่ ที่ 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชดำริขึ้นและพระราชทานไว้แก่พสกนิกรชาวไทย เพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรรรม ไม่ได้ผลในเขตแห้งแล้งขาดแคลนน้ำในการเกษตรโดยเฉพาะการประกอบอาชีพทางการเกษตรที่อาศัยน้ำฝนเป็นหลัก จะมีความ เสี่ยงสูงมากในการขาดแคลนน้ำ กรณีฝนทิ้งช่วงและปริมาณน้ำฝนไม่เพียงพอในฤดูปลูก โดยเฉพาะการทำนาจะทำให้ผลผลิตข้าว ไม่เพียงพอต่อการบริโภค

                ทฤษฎีใหม่ จะเน้นเกษตรกรรายย่อยที่มีที่ดินจำนวนน้อย สามารถเลี้ยงตัวเองได้ โดยเน้นการผลิตข้าวให้เพียงพอต่อการบริโภคตลอดทั้งปี โดยให้มีพืชผักและอาหารโปรตีนจากการเลี้ยงปลา เป็ด ไก่ ไว้บริโภคได้ตลอดทั้งปีเช่นกัน จากการทดสอบทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริของพระองค์ท่าน ในพื้นที่วัดมงคลชัยพัฒนา จังหวัดสระบุรี นั้นประสบผลสำเร็จ กรมวิชาการเกษตร จึงได้ขยายผลการสาธิตไปยังหน่วยงานสังกัดกรมวิชาการเกษตรเพื่อดำเนินการตามแนวพระราชดำริ “ทฤษฎีใหม่” ซึ่งกำหนดการจัดแบ่งพื้นที่เป็น 30-30-30-10 ดังนี้ คือ ขุดสระร้อยละ 30 ปลูกข้าวร้อยละ 30 ปลูกพืชไร่ พืชสวน ร้อยละ 30 ที่อยู่อาศัยร้อยละ 10 ของพื้นที่ทั้งหมด Continue reading

Posted in เศรษฐกิจพอเพียง | Tagged | 2 Comments

ห้าหลักใหญ่ของศิลปป้องกันตัวหวิงชุน

 

มวยหวิงชุนมีห้าหลักใหญ่ในการต่อสู้ ซึ่งคือการวางสรีระ (assuming structure) การสกัด (Intercepting) การทำลายโครงสร้างสรีระคู่ต่อสู้ (breaking an opponent’s structure) การไล่ (chasing) และการปรับสภาวะ (adjustment)

การวางสรีระ (Assuming Structure)

คำว่า”ไป๋จ๋อง”ของหวิงชุนนั้นโดยทั่วไปแปลว่าการตั้งการ์ดหรือท่าเตรียมพร้อม ท่าก่อนการต่อสู้ คำแปลเหล่านี้ไม่ถูกทีเดียว คำว่าไป๋ในภาษาจีนแปลว่าวาง ตั้ง จัด หรือเตรียมพร้อม ในขณะที่คำว่าจ๋องในภาษาจีนแปลว่าหมุดที่ตอกลงในดิน เสาเข็ม หรือโครงสร้างแนวตั้ง ดังนั้นเมื่อรวมกันคำว่าไป๋จ๋องในหวิงชุนหมาย ความถึงการวางโครงสร้างสรีระร่างกายของเราให้สัมพันธ์กับโครงสร้างสรีระของ คู่ต่อสู้โดยจัดปรับสภาวะให้เราได้เปรียบคู่ต่อสู้ โครงสร้างและสรีระของเราต้อง ปรับเปลี่ยนได้ (Dynamic) ตลอดเวลาตามคู่ต่อสู้  ปรับตาม ความกดดัน ตำแหน่ง เวลา จังหวะ และความไวและการฟังของการสัมผัส (pressure, position, timing, and sensitivity) เราจำต้องปรับตามสภาวะตลอด (ซึ่งนั้นก็อาจจะ เป็นคำแปลที่ดีของคำว่าหวิงชุน ซึ่ง หวิงแปลว่าชั่วนิรันดร์ ชุนแปลว่าคงอยู่หรือ ผลิ) Continue reading

Posted in wingchun | Tagged | Leave a comment

เดวิด โบห์ม กับไดอะล็อก

http://www.thaipost.net/index.asp?bk=sunday&post_date=12/Dec/2547&news_id=99363&cat_id=110805

..

12 ธันวาคม 2547    กองบรรณาธิการ 

หมู่นี้มีการนำโบห์เมียนไดอะล็อกการสนทนาที่อาจารย์วิศิษฐ์ วังวิญญู เรียกว่าสุนทรียสนทนามาใช้กันในมหาวิทยาลัยและสถาบันต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ นัยหนึ่งเป็นเรื่องของการฟังอย่างลึกซึ้ง

ที่ประหนึ่งเป็นการทำสมาธิที่สร้างมณฑลแห่งพลัง  คำพูดของวิศิษฐ์อีกหรือมณฑลแห่งปัญญาที่เป็นคำของผู้เขียน  นั่นคือที่มาของปัญญาญาณทัสนะ นั่นคือที่มาของศิลปะสุนทรียกรรม (arts and aesthetics) หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดบทกวีหรือการร่ายรำ  ผู้เขียนเคยนำเรื่องโบห์เมียนไดอะล็อกมาเขียนในคอลัมน์นี้หลายครั้ง  แต่ไม่เคยเอาประวัติของเดวิด โบห์ม  มาเขียน และไม่เคยอธิบายว่าคลื่นแห่งปัญญาที่ผู้ร่วมสนทนาได้จากไดอะล็อกซึ่งก็คือญาณทัสนะที่ได้จากสมาธิ  กระทั่งคือสุนทรียภาพที่อยู่เบื้องหลังงานศิลปะที่แท้จริง ทั้งหมดนั้นสามารถอธิบายในทางวิทยาศาสตร์ใหม่หรือไม่อย่างไร? Continue reading

Posted in Dialogue | Tagged | 1 Comment

ร่องรอยจอมยุทธ์

โดยคุณ Ongart (textile_m@hotmail.com) 

จาก http://www.212cafe.com/freewebboard/view.php?user=praonline2&id=394

เสียงม้าควบสุดกำลัง
มาจากทางทิศตะวันออก

มุ่งตรงมาที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง
บนหลังม้าหาใช่ใครอื่นไม่
แท้จริงก็เป็น “ยามนิรนาม”
ที่เฝ้าหมู่บ้านนั่นเอง
เมื่อม้าผ่อนฝีเท้าลง
เพื่อผ่านประตูหมู่บ้าน
สายตาของยามนิรนาม
ก็แหงนขึ้นมองด้วยแววตา
ที่กังวลพอประมาณ

หากใครกำลังเดินผ่านประตูหมู่บ้านเวลานั้น
ก็คงได้ยินเพียงเสียงเบา ๆ
แค่พอลอดผ่านลำคอของยามนิรนาม
ฟังได้ความว่า “หมู่บ้านทางตรง” Continue reading

Posted in ธรรมมะ | Tagged | Leave a comment

ว่าด้วยพลังจิ้ง

ในฐานะที่เป็นผู้ฝึกมวยจีนคนหนึ่งสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดและลี้ลับอย่าง ในการค้นคว้าและการฝึกมวยจีนก็คือการศึกษาว่าด้วยพลัง (จิ้งในภาษาจีนกลาง เก่ง ในภาษากวางตุ้งและแต้จิ้วหรือที่ภาษา อังกฤษอธิบายว่ากำลังภายใน) สิ่งที่สำคัญที่สุด ในการรู้ซึ้งถึงกำลังคือการเรียนรู้ในการเชื่อมร่างกาย (Body Connection) ในการ ออกพลังนั้น ในการเรียนรู้ของผมนั้นการเชื่อมร่างกายเป็นสิ่งแรก ที่จะทำให้เราเข้าถึง พลังจิ้งและน่าเสียดายที่ผู้ฝึกยุทธ์หลายท่านยังพยายามค้นหาพลังนั้นแม้จะฝึกมากว่า ยี่สิบปี ลูกศิษย์ผมคิมเอ็งเคยบอกผมว่าตอนเขาเรียนมวยภายในนั้นเขารอที่จะได้พลัง คี่ (Qi or Chi) เป็นเวลาถึงยี่สิบปี ผมหัวเราะและอธิบายให้เขาเข้าใจถึงการเชื่อมร่างกาย และการได้มาถึงพลัง Continue reading

Posted in wingchun | Tagged | Leave a comment

ศูนย์กลางและสมดุลย์ รักษาและทำลาย

โดย อ.อนันต์ ทินะพงศ์

อยากเอามาให้ทวนกันอีกครั้ง ตอนนี้อาจารย์ทอนลงเหลือหกข้อ คือ สมดุลย์ ศูนย์กลาง ฟังแรง เชื่อมหยุดเชื่อม ไล่ล่า ทำลาย หากได้แค่หก ข้อก็ดีมากแล้ว

หลักของการฝึก

หนึ่ง ฝึกการรักษาสมดุลย์ จากการรับแรงมากระทำที่มือ ด้วยท้านเสา ฝ่ายกระทำกดแรงลงมาที่ท้านเสาหรือมืออื่นๆของผู้ฝึก ผู้ฝึกต้องถ่ายน้ำ หนักที่กดลงมาให้มารู้สึกที่ส่วนต่างๆของร่างกาย เช่นถ้าทำที่ข้อมือขวาให้รู้สึกที่ข้อมือ ศอก ไหล่ ซี่โครง เอว เข่า ข้อเท้า ด้านที่โดนกระทำ จากนั้นก็ย้ายแรงกระทำมาที่ ข้อมือ ศอก และส่วนที่กล่าวมายังด้านซ้าย เสร็จแล้วย้ายมากระทำที่ด้านซ้ายทำเช่นเดียวกัน

สอง การตีก็เช่นเดียวกัน ตีมือซ้ายหรือขวาใช้แรงจากจุดใดจุดหนึ่งของร่างกายด้านซ้ายหรือขวา เมื่อเชื่อมแรงได้เช่นนี้สามารถตีด้วยความแรง เร็วด้วยแรงทีน้อยนิดโดยที่คู่ต่อสู้จับไม่ได้ว่าแรงมาจากที่ใด องศาใด

สาม การทำลายสมดุลย์ของคู่ต่อสู้ ในอดีตเราจะให้ความสนใจต่อการรับและรุกของแต่ละท่า ในปัจจุบันอาจารย์คิดว่าเรามาไกลพอที่จะเข้าใจ ได้แล้วว่าหากเราสามารถทำลายสมดุลย์ของคู่ต่อสู้ได้ คู่ต่อสู้ไม่สามารถกระทำต่อสมดุลย์เรา เราก็สามารถเดินผ่านคู่ต่อสู้ได้เสมือนมีดตัด เนยอ่อนเหลว โดยที่เขาจะอยู่ในสภาพรับตลอดเวลา ไม่มีแม้กระทั่งเวลาคิดจะตอบโต้

สี่ หลักของการใช้ มือมือ มือร่าง ร่างร่าง ร่างมือ ทั้งสองด้านในการรับและการรุก

ห้า การทำให้คุ่ต่อสู้ยืดออก จนไม่สามารถคุมแรงตนเองได้ หรือหดจนไม่มีแนวป้องกันเมื่อชี้เสา

หก การรับหมัดโดยหน้าอก ขณะรับหักเหแรงให้แรงหมัดตกถึงอกน้อยลง และขณะเดียวกันนำแรงชกคู่ต่อสู้กระทำกลับ

เจ็ด เมื่อชกหรือใช้ฝ่ามือตี หลังตีหักเหแรงที่เป้าตั้งให้คู่ต่อสู้อยู่มนองศาที่เราจะตีไดต่อไป

แปด เมื่อทำได้ดังบนแล้ว เมื่อคู่ต่อสู้เอามือมากั้น SMASH ทำลายและตีเข้าศูนย์อย่างเดียว

เก้า ย้ายศูนย์ระหว่างรุกและรับ เปิดแนวรุกด้วยศูนย์ใหม่ หลีกการตีด้วยศูนย์ใหม่

สิบ การเชื่อมและการหยุดเชื่อม Link and De-link ของแรง คงศูนย์ด้วยมือที่แข็งดังสำลีหุ้มเหล็ก หรืออ่อนดังน้ำที่ถูกหินกระทบ

Posted in wingchun | Tagged | Leave a comment